yakuuza

พอได้ยินคำว่า "ยากุซ่า" ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่องไม่ดี เรื่องโหดๆ ตีรันฟันแทง 

ฆ่ากันเพราะขัดผลประโยชน์ ทำธุรกิจมืด เก็บค่าคุ้มครอง ที่ญี่ปุ่นถ้ารู้ว่าใครเป็นยากุซ่า

หรือเกี่ยวข้องกับยากุซ่า เหมือนเขาจะไม่คบด้วยนะ  โดนกำชับด้วยว่า "อย่าได้เข้าไปยุ่ง

หรือเกี่ยวข้อง ถ้าไม่อยากเดือดร้อน" ถึงไม่อยากเกี่ยวข้องแต่มีเรื่องให้ข้องเกี่ยวจนได้

เพราะเจ๊ศรีเองก็เคยโดนยากุซ่าตามจีบ เอ๊าาา!!…เขามีโมเม้นจีบสาวแบบนี้ด้วยเหรอ??

เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อใครโดนจีบ จะได้ไม่เข้าใจผิดแบบเจ๊ ฮ่าๆๆๆ


วันหนึ่งขณะที่เจ๊ศรี ผู้ที่สวยและรวยมาก นั่งกินอุด้งราคา 250 เยน 

กับไก่ทอดราคา 120 เยน กดน้ำซุปใส่ถ้วยให้เต็มจะได้คุ้ม ซดอุด้งเสียงดังซู๊ดซ้าดด้วยความหิว

แม้ท่าทางที่กินจะดูมีความเป็นผู้ดีน้อยไปนิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของเจ๊ศรีลดลงแต่อย่างใด 

อยู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งยกถาดอุด้งมานั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น "อร่อยไหมครับ??" พร้อมฉีกยิ้มส่งมาให้ 

ไม่อร่อยหรอกแต่หิว / คิดในใจ "อร่อยค่ะ รสชาติกลมกล่อมดี"/ ยิ้มหวานแบบนางเอก 

จากนั้นฝ่ายชายก็เริ่มบทสนทนาและจบที่แลกไลน์กัน จริงๆก็ให้ไปงั้นๆแหละเพราะเจ๊ปฎิเสธใครไม่เป็น จริงจริ๊งงง….

คุยไม่ดีก็บล็อกไปสวยๆ อ่ะอ่ะอ่ะๆ จริงๆโดนจีบแบบนี้บ่อย แต่ส่วนใหญ่มักจะโดนชวนไปทำงานกลางคืนมากกว่า

นี่ก็คิดในแง่ดี สงสัยเราสวยมาก คงจะเรียกแขกเข้าร้านได้เยอะ เอ๊ะ!!! หรือเขามองหาของแปลก?? อ่ะอ่ะอ่ะๆๆ 


พอช่วงเย็นผู้ก็ทักมาในไลน์ จากคุยผ่านแชทก็เปลี่ยนมาโทร บอกก่อนว่าผู้ชายคนนี้ภายนอกไม่มีอะไร

ที่ตรงสเป็กเจ๊เลย ไม่มีเลย!! ตัวเล็ก สูงแค่ 160 เซนติเมตร ขาวตี๋ หน้าตาดูซื่อๆ แต่แววตาดูไม่ธรรมดา

ที่คุยด้วยเพราะเขาคุยสนุก หลังจากนั้นก่อนไปทำงาน ช่วงพักเบรก หลังเลิกงานเขาจะทั้งไลน์และโทรมาประจำ 

วันหนึ่งคุยกันไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง วันไหนยุ่งๆได้คุยแค่ 2-3 นาทีก็เอา เขาบอก "ขอแค่ได้ยินเสียงฉันก็พออ่ะแกรรรร!!!"

บางทีเชื่อสาวญี่ปุ่นก็ดีนะ ผู้ชายที่ว่างโทรหา ไลน์หาตลอด เหมือนไม่มีอะไรทำอ่ะ เรื่องจริง!

เจ๊เองก็ไม่เคยเจอผู้ชายญี่ปุ่นรุกหนักขนาดนี้ บางทีก็รู้สึกกลัวนะ อะไรจะดูคลั่งไคล้เราขนาดนั้น

นี่ยังงงๆสรุปเขาติดเราหรือเราติดเขา เขาโทรมาทีไรเจ๊ก็ว่างคุยกับเขาตลอดถึงบางทีจะยุ่งก็เถอะ

แต่ยอมรับนะว่าเขาคุยสนุก มีความน่ารัก ขี้อ้อน เอาใจใส่ทุกอย่าง แล้วเขาก็ขอฉันเดตโว๊ยยยยยย!!!

อั๊ยย่ะ!! อยากโสดนะแต่อุปสรรคอยู่ที่หน้าตา /สะบัดผม


แต่มันมามีจุดเปลี่ยนที่ว่า เขาบอกเขามีรอยสักเหมือนยากุซ่า แต่เขาไม่ใช่ยากุซ่า

เจ๊เลยขอให้เขาส่งรูปมาให้ดู เออ…เป็นรอยสักแบบยากุซ่าทั้งตัวและแขน

แล้วกำชับเจ๊อีกว่า "อย่าให้ใครดูนะ!" ใครเห็นรอยสักแบบนี้ก็ต้องคิดว่าเป็นยากุซ่าอ่ะ

เขาเล่าต่อ พ่อแม่เขาเสียหมดแล้ว พ่อเขาก็มีรอยสักแบบยากุซ่าแต่ไม่ใช่ยากุซ่าเหมือนกัน 

แม่เขาเองก็มีรอยสักแต่คนละแบบ เขาแค่ชอบลายสักแต่ไม่ได้เป็นยากุซ่า ก็เริ่มเอะใจครั้งที่หนึ่งแล้วว่า เอ๊ะ! 

ถ้าคนที่ชอบรอยสักมันมีลายให้เลือกตั้งเยอะแต่การที่เลือกสักแบบนี้ลายแบบนี้ นั่นหมายความว่าคุณสังกัดอยู่แก๊งไหน

ศรี : "ทำไมไม่เลือกลายอื่น ทำไมต้องเป็นลายนี้ล่ะ?" / ยังกึ่งเชื่อไม่เชื่อ

ผู้ : "ช่วงวัยรุ่น (ปัจจุบันอายุ 20 ปลายๆ) ค่อนข้างเกเร ไม่ชอบเรียน ชอบแว้นโดนตำรวจขับรถล่าประจำ 

พอจบ ม.ปลายก็ไม่เรียนต่อ ตามยากุซ่ารุ่นพี่ไปเก็บค่าคุ้มครองตามบาร์ ตามร้าน ตีกัน ใช้ชีวิตเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ 

แต่ตอนนี้คิดได้แล้วอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น ไม่อยากนำพาตัวเองไปเป็นยากุซ่า"

เอิ่มมมม!! นี่ก็วิถียากุซ่าแล้วนะ​ บอกตามตรงเลยนะ ไม่ค่อยอยากเชื่อสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่เพราะมันดูขัดกันยังไงไม่รู้

บวกกับนิสัยเกเร ถ้าวันหนึ่งเกิดขัดใจโมโหขึ้นมา เจ๊จะไม่โดนเลี้ยงด้วยเข่าด้วยศอกเหรอวะ!? เข้าแก๊งแล้วก็ใช่ว่าจะออกได้ง่ายๆ



จากที่คุยสนุกๆเริ่มไม่สนุกแล้วสิ คือยากุซ่าที่อยู่ระดับล่างๆ อาชีพหลักส่วนใหญ่คือเก็บค่าคุ้มครอง

เป็นนายหน้าขายที่ดินและแมงดา ขอลองทดสอบหน่อยละกัน กลับใจจริงๆหรือจะหลอกให้เจ๊หลงรัก

คอยตะล่อมชวนไปเป็นเด็กในสังกัดแล้วแผ่ปีกทองทีหลัง เลยลองถามชีวิตรักส่วนตัว ปรากฎว่าแฟนเก่าที่ผ่านมา

ล้วนเป็นผู้หญิงทำงานกลางคืน (นั่ง drink) แล้วยังแนะนำให้แฟนไปทำงานดริ๊งกับร้านที่รู้จักกันอีก

ยังคุยชวนเชื่ออีกว่าทำงานแบบนั้น เดือนหนึ่งได้เงินเป็นแสนๆ แล้วยังได้ของขวัญแพงๆจากลูกค้าตลอด

แถมเคยแต่งงานกับผู้หญิงฟิลิปปินส์เพื่อให้ผู้หญิงมีวีซ่าอยู่ทำงานที่ญี่ปุ่นต่อได้ แม่เจ้าโว้ยยยย!! 

นี่มันตัวพ่อชัดๆ!! ถึงเจ๊จะดูโง่ (ความจริงโง่จริงๆนั่นแหละ) มองจากดาวอังคารยังดูออกเลย!!

เจ๊เลยค่อยๆตีตัวออกห่าง ไม่ค่อยรับโทรศัพท์ ถึงรับก็รีบคุยแล้วรีบวางสาย เขาเองคงรู้ตัวแหละ

มีบ่นน้อยใจบ้าง อยากขอโอกาสให้เปิดใจให้ มีวันหนึ่งเขาง่วงมากแต่เขาไม่ยอมวางสาย 

เวลาที่คนเราง่วงมากๆมันจะเหมือนคนเมา จะควบคุมสติค่อยไม่อยู่ แล้วเขาก็พูดถึงเรื่องบนเตียงท่านั้น 

ท่านี้กับแฟนเก่าฟิลิปปินส์ ธาตุแท้ค่อยๆเริ่มเผย สุดท้ายเจ๊ตัดสินใจบล็อคทุกช่องทางการติดต่อ

ดีนะไม่เคยบอกที่อยู่หรือให้มาส่งที่บ้าน เลยจบแบบง่ายหน่อย ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง

นี่ก็เป็นประสบการณ์ขำๆ ถึงจะดูไม่ขำก็เถอะ รักได้ชอบได้แต่ถ้าไม่มีสติเจ๊ก็คงไม่รอดเช่นกัน

ถึงญี่ปุ่นจะเป็นประเทศอาชญากรรมต่ำ ความปลอดภัยสูงแต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีอาชญากรรมเกิดขึ้นเลย

เป็นต่างด้าวอยู่ต่างบ้านต่างเมืองต้องรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ไม่งั้นจะตกเป็นเครื่องมือให้เหล่ามิจฉาชีพนะจ๊ะ!



รัก

เจ๊ศรี  สีทนได้

ขอบคุณภาพจาก

http://ryu-ga-gotoku.com/