l เกี่ยวกับความรัก

ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นมักเย็นชา

ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นมักเย็นชา

By , วันพุธ, 30 กันยายน 2563

หลายคนที่ได้คบได้คุยกับคนญี่ปุ่น มักจะบอกว่าผู้ชายญี่ปุ่น "เย็นชา" 

          คำว่า "เย็นชา" แต่ละคนให้ความหมายคำนี้ไม่เหมือนกัน บางคนเย็นชาก็หมายถึงไม่ถามสารทุกข์สุขดิบ นึกออกม่ะ?? ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนเจ๊มั้ย เวลาที่คุยไลน์มักจะถามอีกฝ่ายว่า "กินข้าวยัง" ถ้าส่งข้อความมาตอนเที่ยง มักจะถามว่า "กินข้าวเที่ยงยัง??" ถ้าส่งมาตอนเย็นก็ยังจะถามอีกว่า "กินข้าวเย็นยัง" หรือแม้แต่จะส่งข้อความไปหาเขา ยังถามก่อน "นี่กินข้าวยัง??" อีกฝ่ายคงงงจะอะไรกับเรื่องกินนักหนา??

          เชื่อมั้ย ไม่ว่าจะคนญี่ปุ่นหรือฝรั่งที่เจ๊เคยคุยเคยคบด้วย ไม่เคยถามเจ๊เลยว่า "กินข้าวยัง วันนี้กินอะไรอ่ะ" ฮ่าๆๆ อีกเย็นชานึง ไม่ค่อยถามเรื่องราวในชีวิตประจำวัน "วันนี้เป็นไงบ้าง ทำอะไร กินข้าวกับใคร ไปไหนกับใคร" คนเราเวลาเป็นแฟนกัน มันต้องอยากรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายถูกม่ะ?? 

          นี่แบบไม่ถงไม่ถาม บางคนแม้แต่พื้นเพครอบครัว ประวัติชีวิตของเรา เขาก็ไม่ถาม เหมือนไม่อยากรับรู้ ความรู้สึกมันห่างเหิน เป็นใช่ป่ะ?? บางคนก็เลยคิดว่า "ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นเย็นชาจัง" ทำไมเจ๊รู้ หึ หึ หึ…เพราะเจ๊เป็นมาก่อนไงล่ะ!!   

          เท่าที่เจ๊พอจะมีประสบการณ์อยู่บ้างและคลุกวงในเป็นช่วงๆ บางเรื่องบางสิ่งเขาก็อยากรู้ อยากถามแหละ แต่เนื่องด้วยมารยาท (ถึงจะเป็นแฟนกันก็ตาม) ถ้าอยากให้เขารับรู้ เราเล่าให้เขาฟังได้ แต่บางทีรีแอคชั่นของเขาอาจจะประมาณ "ครับ" หรือ "อ้อ อืม อ๋อออ เ..อ…" ถือว่ายังอยู่ในระดับปกติ ไม่ต้องแปลกใจ 

          บางคนเปิดอ่านแต่ไม่ตอบอะไรเลยก็มี บางคนที่เขาไม่ถามเราเพราะกลัวโดนเราถามกลับ ยิ่งถ้าคุยกันไปมาแล้วเผลอเข้าประเด็นเรื่องแฟนเก่าเมื่อไหร่นะ เขาอาจจะโดนขุด ขุดๆและขุดแน่นอน!! ถ้าผู้ชายเล่าอะไรให้ให้ฟังแล้วออกแนวเหมือนยังอาลัยอาวรณ์แฟนเก่า ทางเราคงนอยส์ คงมีเปรียบเทียบตัวเองกับแฟนเก่าเขาบ้างล่ะ 

          ดังนั้น บางคนเรื่องบางเรื่องเขาก็เลยไม่อยากพูดถึง อาจจะด้วยยังฝังใจ หรือมีเรื่องราวที่ไม่น่าจดจำ หรืออาจมองว่าเรื่องนั้นมันไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรเลยยย…สำหรับเขา ถ้าอยากให้เขารับรู้เรื่องราวชีวิตหรือประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่น ตอน ป.2 ชนะเลิศเขียนไทย ป.6 เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน หรือจะเป็นเหตุการณ์ชีวิตประจำวัน ตอนเช้าแดดเปรี้ยง กลางวันร้อนอบอ้าว ตอนเย็นฝนตก กลับบ้านรถติด ก็ให้เล่าไปเล้ยยยย แต่อย่าไปคาดหวังรีแอคชั่นของเขา เล่าของเราไปก่อน แค่เล่าเฉยๆ เท่านี้สบายใจทั้งสองฝ่าย โล่งงงงง….  

          บางคนให้ความหมายว่า "ผู้ชายเขาไม่โรแม้นนนสส...ติก" ไม่มี surprise วันสำคัญ พูดอ้อมๆก็แล้ว ใบ้ให้จนเห็นภาพก็ยังเฉย ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ๊ว่ามันเป็นเรื่องปกติอีกนั่นแหละ หรือเจ๊อาจจะชินจนเห็นเป็นเรื่องปกติ?? คาดหวังว่าจะได้ไปดินเนอร์ Private beach เพียง 2 คน ท่ามกลางแสงจันทร์และแสงเทียน หรือจะเดินทางไปดำน้ำที่ทะเลแคริบเบี้ยน สิ่งที่คาดหวังกับความเป็นจริงนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกิน คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เฮ้ออออ….

          ผู้ชายเคยพูดกับเจ๊ว่า "ปีหนึ่งมีไม่รู้กี่เทศกาล ไหนจะวันสำคัญโน่นนั่นนี่อีก ปีนี้ทำให้แล้ว ปีหน้าต้องทำให้ใหญ่กว่าเดิม ถ้าไม่ทำให้สม่ำเสมอก็มาหาว่าเปลี่ยนไป เธอไม่เหมือนเดิม เกิดทำแล้วไม่ถูกใจ ก็โดนอิ๊กกก....!!! สู้ไม่ทำตั้งแต่แรกดีกว่า จะได้ไม่ต้องโดนคาดหวัง" ว่าซ้านนน 

          ปกติส่วนใหญ่ผู้ชายเขาเดาใจเราไม่ค่อยถูกอยู่แล้วแหละ อยากได้อะไร อยากให้เขาทำอะไรให้ บอกเขาตรงๆดีกว่านะเจ๊ว่า ถ้าไม่เกินกำลังและความสามารถ ที่เขาทำให้ได้ เขาทำให้แน่นอน ผู้ชายญี่ปุ่นเขาเปย์หนักไม่แพ้ผู้ชายชาติอื่นนะจ๊ะ บางคนอาจจะแย้ง "อ้าว...ก็ถ้าบอกมันก็ไม่เซอร์ไพส์น่ะสิ" อ่ะถูกกกกกก.... แต่อย่าลืมนะสาวๆทั้งหลาย..ยิ่งไปคาดหวังว่าเขาต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ให้ พอไม่ได้อย่างที่หวัง สุดท้ายตัวก็เป็นเราเองที่ผิดหวัง เพราะไม่ได้ดั่งใจคิดไง

          "ไม่ค่อยบอกรัก บอกคิดถึง" เป็นเรื่องแสนนนนนน…..ปกติ  เพราะคนที่นี่ส่วนใหญ่เชื่อว่า "ถ้าบอกรักบ่อยๆ คำว่ารักมันจะไม่มีความหมาย" ส่วนใหญ่จะใช้คำอ้อมๆ เช่น รัก = ชอบ "好き suki" เวลาจะบอกรัก ส่วนใหญ่จะบอกว่าชอบแทน หรือเวลาที่ "คิดถึง" จะไม่บอกว่าคิดถึง แต่จะบอก "อยากเจอ"  ใครที่เพิ่งเดินสายนี้อาจะฟังแล้วมันช่างดูลึกลับซับซ้อนอะไรขนาดนี้ แค่คำว่ารักกับคิดถึง ทำไมต้องให้ทำให้มันดูเยอะๆ ทำไมไม่บอกตรงๆ?? คือมันเป็นแบบนี้

          ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นเขาจะชอบพูดอะไรอ้อมๆ อ้อมๆๆๆ แล้วให้เราไปตีความหมายเอง ด้วยความที่มันอ้อมๆ คนญี่ปุ่นเองบางทีเขาก็ไม่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายต้องการสื่อเหมือนกัน ไม่แปลกถ้าเราเองจะไม่เข้าใจ ในเรื่องการแสดงความรัก เรารู้แล้วแหละว่าสังคม วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนั้น เราก็แค่เปลี่ยนมาสร้างสังคมใหม่ให้เขาซิ!! 

          อย่างแฟนเจ๊แต่ก่อนเป็นแบบนี้เล้ยยยยย.....ญี่ปุ่นแท้!! ฮีมองว่า "การบอกรักมันเป็นเรื่องไร้สาระ!! การกระทำต่างหากที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ Actions speak louder than words." ว่าซ้านนนน…. แต่เจ๊เป็นประเภทชอบแสดงความรัก ทั้งพูด ทั้งสัมผัส ที่ติดปากคือ I love you เช้ามาก็ I love you เย็นเจอหน้ากันก็ I love you ก่อนนอนก็ I love you ทุกครั้งที่เข้าไปกอดเขาจะพูด I love you ตลอด (ด้วยเสียงสอง) ฟังดูเหมือนเยอะ เลี่ยน ก..แดะ ฮ่าๆๆ 

          แรกๆเขาจะเฉยๆ หลังๆมาตอบบ้างไม่ตอบบ้าง love you too อะไรแบบเนี๊ย… ทุกวันนี้กลายเป็นเขาที่พูดบ่อยมากกว่า ถ้าวันไหนเจ๊เป็นฝ่ายไม่พูดว่า I love you เขาจะถามทันทีวันนี้ You don't love me??ถึงจะเป็นคำพูดบอกรักธรรมดาๆ แต่มันเป็นคำพูดด้านบวก เช้ามาก็สาดภาษาดอกไม้ใส่กัน ออกไปทำงานก็อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิด อารมณ์แจ่มใส กลับมาบ้านก็สาดภาษาดอกไม้ใส่กันอีก

           จากที่เหนื่อยและล้า เจออะไรมากมายมาจากนอกบ้าน แค่คำพูดเล็กๆน้อยๆก็ช่วยทำให้หายเหนื่อยได้  "ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อครอบครัวนะคะ I love you" จุ๊บทีหนึ่ง คนทำงานก็จะได้มีกำลังใจสู้งานต่อ บ้านมันก็จะอบอุ่น อยู่ที่ไหนก็อยากกลับบ้าน อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าอยู่บ้าน กลับกันถ้าเราสาดแต่สิ่งไม่ดีใส่กัน ตื่นเช้ามามีแต่เสียงบ่น เสียงด่า ทำงานกลับบ้านแทนที่จะได้พักผ่อน อีกฝ่ายหาเรื่องด่า หาเรื่องตำหนิไม่หยุด ทีนี้ใครจะอยากกลับบ้านล่ะจริงมั้ย?? 

          ถ้าเป็นสังคมตะวันตก การบอกรัก การกอด การหอมคือเรื่องปกติเห็นได้ทั่วไป แต่พอย้ายมาเป็นญี่ปุ่นมันจะมีบางสิ่งบางอย่างกั้นอยู่ แต่บางสิ่งบางอย่างนั้นเราเปลี่ยนได้ ไม่ต้องถึงขั้นแสดงให้โลกรับรู้ แค่รู้เฉพาะคน 2 คน หรือครอบครัวเราก็พอ เจ๊เชื่อว่าคนทุกคน คนทุกเชื้อชาติ จริงๆ ลึกๆแล้วทุกคน ต่างต้องการความรัก ความเอาใจใส่ เพราะฉะนั้นถ้ามันดีต่อความใจ ดีต่อความสัมพันธ์ อย่าอายที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เชื่อเจ๊ 

          สุดท้าย บางคนอาจจะให้ความหมายคำว่า "เย็นชา" คือไม่รับรู้ สนใจ ใส่ใจคนรอบข้างคนใกล้ตัว หรือแม้แต่คนในครอบครัวของตัวเอง ใครจะเจ็บ จะป่วย จะเป็นจะตาย เรื่องของเขา ไม่สนใจไม่ยุ่ง ชีวิตใครชีวิตมัน ออกแนวไม่เอาใคร นอกจากตัวเอง ประเภทนี้ก็มีเห็น ก่อนที่จะตัดสินว่าเขาเป็นคนเย็นชา อยากให้ลองเปรียบเทียบ กับข้อดี ถ้าข้อดีของเขายังพอหักลบกันได้ อ่ะ!! โอเค ดีกว่าอยู่คนเดียว 

          พอมองข้ามได้ก็มองข้ามไป ถือว่าเป็นข้อเสียเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้ามันหักลบกันไม่ได้ "ถ้าเจอแบบนี้อยู่เป็นโสดสะยังดีกว่า"  ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ขอให้เป็นทางเลือกที่ happy ทั้งสองฝ่ายนะจ๊ะ  เจ๊เป็นกำลังใจให้..........



รัก

เจ๊ศรีสีทนได้ 


Photo credit:

https://seikatsu-hyakka.com/archives/2595

https://classy-online.jp/lifestyle/46364/

https://joshi-kon.com/archives/2680

https://zexy.net/contents/lovenews/article.php?d=20171129