l ชีวิตในญี่ปุ่น

4 สิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากชีวิตพังที่ญี่ปุ่น

4 สิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากชีวิตพังที่ญี่ปุ่น

By , วันพุธ, 29 กรกฎาคม 2563

​ การใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก มันขึ้นอยู่กับบุคคลด้วยแหละว่า

ถูกจริตตัวเองแค่ไหน หรือพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ สภาพแวดล้อม สังคมใหม่ๆ 

และความแตกต่างทางวัฒนธรรมมากน้อยแค่ไหน คนที่อยู่ญี่ปุ่นนานๆหลายๆปี 

ภูมิต้านทานเขาแข็งแกร่ง แต่คนที่มาอยู่ใหม่ๆหรือกำลังจะย้ายมาอยู่ญี่ปุ่น 

เจ๊ศรีเลยอยากแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์บางส่วนที่ได้พบเจอมา 

ถ้าไม่อยากมีชีวิตพังๆในญี่ปุ่น มีเรื่องอะไรบ้างที่ควรระวัง

1. การคบเพื่อนไม่เลือก

เวลาที่อยู่ต่างบ้านต่างเมือง แน่นอนว่าการได้เจอคนบ้านเดียวกัน คุยภาษาเดียวกัน

นอกจากได้ช่วยคลายเหงา ยังมีเพื่อนที่คอยเป็นที่ปรึกษาแนะนำ พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล 

แต่!! ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้นน่ะสิ วัตถุประสงค์ของคนที่ย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นแต่ละคนไม่เหมือนกัน 

หลายพ่อพันแม่ พื้นฐานนิสัยของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน มิตรบางคนเข้ามาคบด้วยผลประโยชน์ 

มิจฉาชีพบางคนแอบแฝง ฉกฉวย หาผลประโยชน์ด้วยคำว่ามิตร ตั้งแต่เรื่องหยิบยืมเงิน 

เล่นแชร์ ล้มแชร์ หนีแชร์ เที่ยวดื่ม สารพัดปัญหาให้ช่วยเหลือ แต่ส่วนใหญ่มักไม่พ้น

ปัญหาเรื่องเงินๆทองๆ อีกอันหนึ่งคือ "อิจฉาริษยากัน" จะมาดีกว่า เลิศกว่าไม่ได้นาจาาา....

หาเรื่องใส่ร้ายทำร้าย ประหนึ่งเป็นคู่แค้นข้ามภพข้าวชาติ การคบเพื่อนไม่เลือก ชีวิตจึงดิ่งลงเหวมานักต่อนักแล้ว 

2. ติดการพนันและเหล้า

อันนี้เห็นบ่อยมาก จนมันเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว คนไทยบางคนที่มาทำงาน

ที่ญี่ปุ่นช่วงแรกๆ ขยันทำงานส่งเงินกลับบ้านไปเลี้ยงดูครอบครัวดีอยู่หรอก พอนานๆไป 

เริ่มส่งบ้างไม่ส่งบ้าง นานไปอีกหยุดส่งไปเลยก็มี สาเหตุหลักๆมาจากติดการพนัน ติดเหล้า 

ติดผู้หญิง การพนันในญี่ปุ่นเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นปาจิงโกะ ในตัวเมืองใหญ่ๆ 

เยอะขนาดที่ว่ามีแทบจะทุกหัวมุมซอย เดินไปทางไหนก็เจอแต่ร้านปาจิงโกะ มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ๊รู้จัก 

เขาเล่าว่าเล่นปาจิงโกะเกือบทุกวัน ยิ่งวันหยุดจะไปเล่นตั้งแต่เช้าจนเงินหมดถึงค่อยกลับ 

เขาบอกถ้าไม่ได้เล่นแล้วใจจะขาด นอนไม่หลับ อีกอันหนึ่งที่ฮอตไม่แพ้กัน คือการแทงม้า 

(ไม่ใช่เอามีดไปแทงม้าเด้อ) 競馬 (เคบะ) แข่งม้า การแทงมีหลายรูปแบบ เงินรางวัลก็ต่างกัน 

ได้ยินแต่คนเล่นเขาเล่าให้ฟังว่าส่วนใหญ่มักจะเล่นเสียมากกว่าเล่นได้ แต่ไม่ยอมหยุด

เพราะโดนผีพนันเข้าสิงเป็นที่เรียบร้อย พอเล่นเสียไม่มีเงินเล่นก็ไปหาหยิบยืมจากชาวบ้าน 

(คนไทยในญี่ปุ่นนั่นแหละ) พอได้เงินแล้วคืนบ้างไม่คืนบ้าง ชิ่งไปเลยก็มี บางคนติดหนัก 

เล่นหนักขนาดที่ว่ายอมเป็นหนี้เกือบล้านบาท (ไม่รวมดอกเบี้ย) เพราะแทงม้าก็มี 

เงินเดือน 4-5 หมื่นบาท ผ่อนจ่ายค่าหนี้ไปบ้าง ค่าใช้จ่ายตัวเองบ้าง แทงม้าต่อบ้าง (เงินหมดยืมแทงต่อ) 

หนี้ก็มีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วส่วนใหญ่มักจะตามด้วยการติดเหล้า พอเมาก็ไม่ไปทำงาน 

ถึงมาได้ก็ทำได้ไม่เต็มที่ เป็นบ่อยๆเข้า นายจ้างเขาก็ไล่ออก แล้วเที่ยวของานคนโน้นคนนี้ทำ 

พอได้งานทำ จะทำตัวดีอยู่ช่วงหนึ่ง พอมีงานมีเงินก็กลับไปเล่นการพนัน ติดเหล้า 

เป็นวงจรอยู่แบบนี้ไม่จบไม่สิ้น เจ๊ถึงบอก "ให้เลือกคบคน" คนไทยดีๆมีอยู่เยอะ ส่วนคนไม่ดีก็มีไม่น้อยเช่นกัน 

3. ไม่เก็บเงิน

หลายคนที่มาญี่ปุ่น ไม่ว่าจะทำงานหรือมีครอบครัวที่นี่ คนภายนอกส่วนใหญ่มักคิดว่า 

การที่ได้ไปอยู่เมืองนอกหรือทำงานที่เมืองนอก ชีวิตจะไม่ลำบาก หาเงินได้ง่าย หาเงินได้เยอะ 

ยิ่งถ้าได้แต่งงานสามีต้องซับพอร์ทเต็มที่ ได้มาอยู่แล้วต้องส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูพ่อแม่ 

ญาติพี่น้อง อันนี้เจ๊สนับสนุนนะ การที่ได้มีโอกาสตอบแทนเลี้ยงดูพ่อแม่ ช่วยเหลือญาติพี่น้อง 

ตามความเหมาะสม เป็นเรื่องที่ดีแต่ไม่ใช่ให้จนหมดตัว ให้จนตัวเองเดือดร้อน ต้องคอยไปหยิบยืมคนอื่น 

จนเป็นหนี้เป็นสิน หลายครอบครัวต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องการขอเงินจากครอบครัวญาติพี่น้องที่ไทย 

มีแต่เรื่องเดือดร้อนไม่เคยจบ ให้เท่าไหร่ไม่เคยพอ ถมเท่าไหร่ไม่เคยเต็ม บางคนลูกหลานมีชีวิต

เป็นอย่างไรไม่เคยถาม ถามหาจะเอาแต่เงินอย่างเดียว ถ้าไม่ให้จะกลายเป็นคนอกตัญญูทันที 

พอล้ม หรือตกงาน หรือเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีเงิน เราจะไปเพิ่งใคร?? เพราะเมื่อทุกคนหวังเพิ่งแต่เรา ถูกมั้ย?? 

เมื่อเจอวิกฤตชีวิต จึงค่อยมาตระหนักว่าเงินเก็บนั้นสำคัญแค่ไหน เมื่อยามลำบากจึงเห็นธาตุแท้ของคน 

ไม่ว่าจะพ่อแม่หรือญาติพี่น้องก็ดี เลี้ยงดูช่วยเหลือตามความเหมาะสมตามกำลัง อย่าไปเลี้ยงกิเลสของพวกเขา 

เพราะมันไม่มีวันจบสิ้น ต่อให้ไม่มีเราอยู่ในโลกนี้ เชื่อมั้ย?? ที่เขาพากันบ่นว่า "มันจำเป็น มันเดือดร้อน" พอถึงวันนั้น 

วันที่ไม่มีเราอยู่ในโลกนี้แล้ว ทุกคนมีทางออกมีทางไปให้ตัวเองเสมอ และอีกอันหนึ่งคือ "Shopping" 

บางคนซื้อของจนไม่มีที่จะเก็บ เงินไม่มีไม่เป็นไร ถึงต้องเป็นหนี้ก็ยอม ขอแค่ได้ช้อปและอัพเดทชีวิตสโลวไลฟฺ

พอเจอโควิทเข้าไปหลายคนจึงล้มไม่เป็นท่า หมดไปกันเท่าไหร่กับคำว่า "ของมันต้องมี"

4. ไม่วางแผน

"ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน" อันนี้คือความจริงแน่นอน ผู้ชายญี่ปุ่นที่ดีก็ดีดี้ดี๊ 

ส่วนคนที่ไม่ดีก็สุดแสนจะบรรยาย "ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ครั้นเนิ่นนานน้ำอ้อยก็กร่อยขม" 

เพราะฉะนั้นคนเราจึงต้องมีแผนสำรองให้ตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษาหรือกฎหมาย

บางคนสามีให้เซ็นอะไรก็เซ็นไป บางทีเซ็นเอกสารหย่าโดยไม่รู้ว่ามันเป็นใบหย่า 

บางคนไม่รู้ว่าเอกสารนั้นคือภาระหนี้สินที่เราจะต้องรับผิดชอบคนเดียว เขาก่อหนี้ทิ้งไว้ให้แล้วโบยบินจากไป 

จริงอยู่ที่ว่าภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่เรียนได้ง่ายๆ เพราะต้องใช้ทั้งเวลาและการฝึกฝน เวลาที่สามีจะให้เซ็นอะไร 

หรือใครให้เซ็นอะไร แล้วเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ให้หาทางปัดไปก่อน เอาเอกสารนั้นไปให้ผู้รู้ผู้ชำนาญแปลให้ 

ถ้าเขาไม่ยอมจะให้เซ็นตอนนี้เดี๋ยวนี้!!! แสดงว่า "You have พิรุธนะ" อย่าไปยอมเด้อ นอกจากเรื่องรักไม่รัก 

เรื่องผลประโยชน์ แต่ยังรวมถึงความเป็นและความตาย เจ๊ไม่ได้แช่งหรือพูดถึงเรื่องอัปมงคลนะ 

แต่มันคือความจริงของชีวิต คนเรารู้วันเกิดแต่คนเราไม่รู้วันตาย บางคนแต่งงานกับคนที่มีลูกติด 

พอสามีตายไปโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมอะไร ศึกแย่งชิงมรดกก็เกิดขึ้นจ้าาาา.. ระหว่างลูกเก่ากับเมียใหม่พ่อ 

เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร สิทธิ์ส่วนไหนที่เราพึงได้โดยชอบธรรมตามกฎหมาย 

เรียนรู้และวางแผนสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้น 

เจ๊มักจะได้ยินคนไทยในญี่ปุ่นพูดกันบ่อยๆว่า "คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า"

คนที่อยู่ญี่ปุ่นก็อยากกลับไปอยู่ไทย คนที่อยู่ไทยก็อยากมาอยู่ อยากมาทำงานที่ญี่ปุ่น

จริงๆแล้วชีวิตในญี่ปุ่นไม่ได้ดูแย่ หรือใช้ชีวิตยากขนาดนั้น เพียงแต่ต้องมีการวางแผนการใช้ชีวิต

และการเลือกคบคน เพราะเวลาที่มีปัญหาขึ้นมา จะไปหวังพึ่งแต่คนอื่นก็ไม่ได้เพราะทุกคน

ต้องทำมาหากินแข่งกับเวลาและค่าครองชีพที่สูง เพราะฉะนั้นหากชีวิตมีการวางแผนที่ดี

ระมัดระวังการเลือกคบคน เก็บออมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และไม่หยุดเรียนรู้ ญี่ปุ่นถือว่าเป็น

อีกประเทศที่น่าอยู่เลยแหละ

รัก

เจ๊ศรี สีทนได้