3THINGS

มาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศต้องเอาให้คุ้ม ต้องได้ภาษา ได้งาน ได้ประสบการณ์ ได้สังคมใหม่ๆ ได้เพื่อน ได้แฟน ได้สามี (เป้าหมายเจ๊เอง) ชีวิตที่ญี่ปุ่นช่างมีค่า แค่เดินออกจากบ้าน ก็เริ่มต้นที่ค่ารถไฟ ทุกสิ้นเดือนตามด้วยค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ทุกวันนี้ไม่ใช่คนไร้ค่านะคะ เป็นคนมีค่ามากกกก....นอกจากเป็นคนมีค่าและยังดูแพงด้วย นี่ค่ะ!! 

หน้าอกแสนกว่า จมูก 35,000 ตา 47,000 โบท๊อกนับไม่ถ้วน ดูแพงมั้ยคะ?? เอาจริงๆวันนี้เจ๊มาแนวสาระ สาระความรู้?? // สาระแแแแแแน!! วันนี้เจ๊อยากมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตในญี่ปุ่น ว่าการใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นนอกจากได้กับได้ข้างบนแล้ว ยังมีอะไรที่ได้มากกว่านั้น และ "ทำแล้วเปลี่ยนนิสัยเป็นคนใหม่อย่างไร" ของดีอยู่ข้างล่างแล้วจ่ะ  

  • 1.เปลี่ยนจากความเห็นแก่ตัว เป็นคนมีน้ำใจมากขึ้น

มันอาจจะไม่ได้สูญเสียทั้ง 100% หรอก แต่มันลดน้อยลงแน่นอน เจ๊ยกตัวอย่างให้ง่ายๆ บนทางเท้าที่ญี่ปุ่น แน่นอนทางเท้าเขามีไว้สำหรับให้คนเดิน แต่คนที่ใช้จักรยาน รวมถึงเจ๊ด้วย ชอบไปปั่นบนทางเท้า เอาจริง...คนอื่นเขาก็ทำกันเป็นเรื่องปกติ นั่นแหละ เวลาที่ปั่นตามหลังคนที่เขาเดิน ถ้าเขาหันมาเห็น เขาจะรีบหลีกทางให้แล้วกล่าว "ขอโทษ" คนที่เป็นฝ่ายขอโทษ ควรจะเป็นเราป่ะ?? แต่การที่เขาแสดงออกแบบนั้น มันยิ่งทำให้เจ๊รู้สึกผิดและเกรงใจ เวลาที่ต้องปั่นตามหลังคนอื่น เจ๊จะรีบขอโทษไว้ก่อน "ขอโทษนะคะ ขอโทษค่าา..าา.." 

ถ้าถนนแคบผ่านไปได้ทีละคน ส่วนใหญ่อีกฝ่ายมักจะหยุดให้เราไปก่อน เจ๊เจอตั้งแต่เด็กประถมตัวเล็กๆ ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่คนสูงวัยถ้าเราเป็นฝ่ายให้เขาไปก่อน เขาจะรีบเดินพร้อมกล่าว "ขอโทษและขอบคุณ" น้ำใจเล็กๆน้อยๆตรงนี้ มันทำให้สังคมน่าอยู่ การที่ยอมเสียเวลาไม่กี่วินาทีเพื่อคนอื่นบ้าง เช่น การให้ทาง พอเสียสละบ่อยๆขึ้น ความเห็นแก่ตัวในใจมันเริ่มค่อยๆลดน้อยลง "ให้เขาผ่านไปก่อน เขาอาจจะรีบกว่าเรา" รถใหญ่เขาจะเสียสละให้รถเล็ก รถเล็กจะเสียสละคนใช้จักยานหรือคนเดิน พูดง่ายๆยิ่งใหญ่ยิ่งต้องเสียสละ ต่างคนต่างมีน้ำใจให้กัน พอมองภาพรวม "ขับรถมีน้ำใจ ใส่ใจคนข้ามถนน" คนที่เขาน้ำใจน้อยก็มี แต่นานๆเจอที ภาพรวมส่วนใหญ่ค่อนข้างมีน้ำใจ

  2. เปลี่ยนจากคนไร้ระเบียบ เป็นคนมีระเบียบมากขึ้น 

อย่างที่เคยได้ยิน เคยได้ทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่น จะรู้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะตรงเวลามากๆ รถเมล์ รถไฟมาค่อนข้างตรงเวลาเป๊ะๆ อาจมีมาสายบ้าง เช่น พายุเข้า หิมะตก อุบัติเหตุ หรือคนกระโดดให้รถไฟชนตาย นอกเรื่องนิดหนึ่ง ที่ญี่ปุ่นตอนนี้มีออกข่าวเยอะมาก ที่คนกระโดดให้รถไฟชนตาย แบบเบรกกระชั้นชิด แขน ขา ตับ ไต ไส้ พุง มักกระเด็นกระดอน กระจัดกระจาย ไปคนละทิศละทาง กว่าจะเก็บรวบรวมอวัยวะให้ครบและทำความสะอาดเสร็จ มันกินเวลาไปหลายชั่วโมง 

ทั้งคนที่อยู่ในรถไฟ คนที่รอรถไฟเป็นพัน เป็นแสนคน ต่างเซ็งไปตามๆกัน เพราะต่างคนต่างมีธุระ มันเซ็งและน่าเบื่อจริงๆนะ แรกๆที่มีข่าวคนกระโดดให้รถไปชนตาย คนเขาเห็นใจ แต่พอมันบ่อยขึ้น คนเขาก็เริ่มด่า จะตายทั้งทียังทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนไปหมดประมาณนี้ ไม่อยากโดนคนอื่นด่า อย่าไปโดดให้รถไฟชนเด้อ…อ่ะ!! เข้าเรื่องเราต่อ! จะทำอะไรต้องมีการวางแผนในแต่ละวัน สัปดาห์และเดือน การวางแผน ทำให้บริหารและจัดการเวลาได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญกันลืม!! ตอนมาอยู่ญี่ปุ่นแรกๆยังไม่ชิน ชวนเพื่อนญี่ปุ่นไปกินข้าว "เออ…วันนี้ว่าง (ตัวเองว่าง) ไปกินข้าวกันป่ะ??" แต่นางตอบ "ต้องนัดก่อนน้าาาา..วันนี้มีแพลนที่จะทำไว้แล้วตอนนั้นไม่เข้าใจ แค่กินร้านใกล้ๆแค่เนี๊ย หืออ…ทำไมต้องนัดคะ?? ไปกินแล้วค่อยแยกย้ายกันกลับ ก็ไม่ได้กินนานป่ะ ไม่ได้เหรอ??

พออยู่ๆไปเริ่มเข้าใจ ทั้งเรียน ทั้งทำงานพาร์ทไทม์ ทั้งกิจกรรมโน่นนั่นนี่ มันเหมือนยุ่งตลอดเวลา ยุ่งทั้งวัน ใครนัดรับหมด กลายเป็นเวลาส่วนตัวไม่มี เวลาอ่านหนังสือไม่มี ก็ไม่รู้ว่าเวลามันหายไปไหนหม๊ดดด!! อ่ะ!! พอเริ่มวางแผนตั้งแต่ตื่นกี่โมง ออกจากบ้านกี่โมง เรียนถึงกี่โมง ทำงานถึงกี่โมง มีนัดอะไรกับใครบ้าง มีอะไรที่ต้องทำบ้างในแต่ละวัน มันจะเห็นเวลาที่ใช้ไปกับเวลาที่เหลือ แล้วก็จะบริหารเวลาได้อย่างคุ้มค่า (สำหรับตัวเอง) 

ยัง! ยัง!!ไม่หมด พอบริหารจัดการเวลาตรงนี้ได้ ต่อไป เงินหายไปไหนหม๊ดดดด!!??? ต่อไปก็วางแผนและจัดการยังไงให้มีเงินเก็บ ทุกวันนี้เจ๊วางแผนแม้กระทั่งเรื่องอาหาร ซื้อของไว้ทำกินอาทิตย์ละครั้ง เช้า กลางวัน เย็น พรุ่งนี้จะกินอะไร ก็เตรียมไว้ตั้งแต่เย็นวันนี้ ฟังดูยุ่งยาก ดูเยอะ แต่พอทำแล้วมันจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น… รู้สึกยากอยู่อย่างเดียว เวลาอยากจะกินอาหารไทย อย่างข้าวเหนียวหมูปิ้ง น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ต้องรอพรีออเดอร์เป็นอาทิตย์ กว่าจะส่งมาถึงหายอยากพอดี อาจเป็นของที่หากินได้ทั่วไปที่บ้านเรา พอเปลี่ยนเป็นญี่ปุ่นกลายเป็นของหากินยากและแพง แพงไม่ว่าถ้าอร่อย ที่อร่อยถูกปากหากินยากจริงๆ ส่วนใหญ่จะได้กินแบบอาหารแช่แข็ง ใครมีฝีมือทำอาหาร ทำขนมไทยขายออนไลน์ รับรองปังปุริย่าแน่นอน เดี๋ยวเจ๊จะช่วยไปอุดหนุนทำมาเถอะ Pleaseeee.....

 3. เปลี่ยนจากคนที่ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ เป็นคนที่ชอบลองและมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ

ถ้ามาอยู่ญี่ปุ่นโดยที่ยังไม่ได้ภาษาญี่ปุ่น (ไม่นับคนที่บริษัทส่งตัวมาทำงานหรือประเภทที่เก่งภาษาหรือมีสกิลที่เทพมากๆ) อันนี้พูดถึงกรณีทั่วไป หลายๆคนตอนอยู่ไทย จบมหาวิทยาลัยดัง ทำงานบริษัทใหญ่ เงินเดือนสูง โบนัสเลิศ สวัสดิการเยี่ยม พอย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นเหมือนมาเริ่มต้นใหม่อ่ะ จริงอยู่ว่าคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ เริ่มพูดภาษาอังกฤษได้เยอะขึ้น แต่ยังต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักอยู่ดี ยิ่งเก่งภาษาญี่ปุ่น โอกาสในการเลือกงาน ได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆมีมากตาม ส่วนรายละเอียดของงาน หัวหน้า สังคมในที่ทำงาน จะดีหรือไม่ดี จะชอบหรือไม่ชอบอันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ภาษาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!!แน่นอน เจ๊ศรีคอนเฟิร์ม!! 

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษา จะบอกว่างานที่ญี่ปุ่นมีเยอะมากกกกกก…เยอะจริงๆ ไปเดินซื้อของ เดินไหนก็เจอร้านติดป้ายรับสมัครงานเยอะมาก!! ในห้าง ในซุปเปอร์เรับตลอด ถึงได้ภาษานิดๆหน่อย ก็ยังทำงานได้ แต่อาจจะเป็นงานประเภทที่ต้องใช้แรงมากหน่อย เช่นล้างจาน ทำความสะอาด ถ้าพอสื่อสารได้บ้างก็ขยับมาเป็นงานเสริฟอาหาร งานครัว ฯลฯ บางคนเป็นนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก บางคนเป็นหมอ (สัตวแพทย์) หลากหลายอาชีพ บางคนเรียนจบที่ไทยแล้ว แต่อยากหาประสบการณ์ มาเรียนต่อสายอาชีพ (เซมมง) ก็มีเยอะเหมือนกัน พองานมันเยอะเราก็มีโอกาสเยอะ เวลาสัมภาษณ์ส่วนใหญ่เขาจะไม่ค่อยถามอะไรมาก คือถามตรงๆเลย "อาทิตย์หนึ่งทำงานได้กี่วัน วันละกี่ชั่วโมง เริ่มงานได้ตอนไหน" 

ตอนเด็กๆเจ๊ไฝ่ฝันอยากมีร้านเค้ก ยืนปาดเค้ก แต่งหน้าเค้กสวยๆ พอเอาเข้าจริง โน่นนนน…เลยค่ะ ไปยืนอบขนมปัง อบก้อนเค้กหน้าเตา ปาดเหงื่อแทนจ่ะ ฮ่าๆๆ ถ้าหน้าหนาวมันจะอุ่นๆกำลังพอดี ใครๆก็อยากทำหน้าที่ตรงนี้ หึหึหึ แต่พอหน้าร้อนเท่านั้นแหละป้าเอ้ยยยย....เปียกเหงื่อตั้งแต่เช้ายันเย็น!! และไม่ว่าคุณ!! จะเป็นใครมาจากที่ใด สมัยที่เท่าไหร่ เมื่อสมัครงานทำตำแหน่งเดียวกัน หน้าที่เดียวกัน ทุกคนเท่ากันหมด 

พอได้ลองทำหลายๆงาน หลายๆอาชีพ ตั้งแต่ร้านอาหารยันงานออฟฟิศ ทำให้ค้นพบว่าตัวเองถนัดและชอบงานแบบไหน (เพิ่งจะค้นพบจ่ะ) มุมมองสำหรับเจ๊ ถ้าอยากพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา เทคโนโลยี การบริหาร การค้าการลงทุน ที่ญี่ปุ่นมีโอกาสเยอะมาก // ทุกวันคือวันของคุณ ญี่ปุ่นในปัจจุบันค่อนข้างที่จะเปิดใจให้กับคนต่างชาติมากขึ้น ถ้ามาอยู่ญี่ปุ่นแล้วทำตามระเบียบบ้านเมืองที่เขาวางไว้ รวมทั้งกฎของสังคม และที่สำคัญ "จ่ายภาษีอย่างซื่อตรง ครบถ้วน ตรงเวลา" ประเทศญี่ปุ่นยินดีต้อนรับเสมอจ้าา..าา… Always welcome เด้อ 


รัก

เจ๊ศรี  สีทนได้




Photo credit :

https://www.homes.co.jp/life/cl-stage/cm-moving/2726/

https://www.qbei.jp/info/bicycle-maintenance/5435

https://gakumado.mynavi.jp/freshers/articles/46575

https://links-service.jp/links/kashiwa/kashiwa-program/49309.html

https://www.ithb.ac.jp/course/hotel/hotel/restaurantbar/