e เรื่องทั่วไป

ขั้นตอนการเดินทางกลับญี่ปุ่น ช่วง COVID-19

ขั้นตอนการเดินทางกลับญี่ปุ่น ช่วง COVID-19

By , วันพุธ, 17 มีนาคม 2564

          วันนี้เจ๊จะมารีวิวการเดินทางกลับญี่ปุ่นด้วยขั้นตอนที่แสนจะง่ายดาย ทีแรกเจ๊เข้าใจว่าการกลับญี่ปุ่นจะมีขั้นตอนเงื่อนไขมากมาย แต่พอโทรไปสอบถามที่สถานฑูตญี่ปุ่นในไทย ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า "มีเพียงแค่ผลตรวจโควิดที่ผลเป็นลบ Negative (ตรวจแบบ PCR) ก็พอ" แต่เนื่องจากสถานการณ์มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เงื่อนไขการกลับเข้าประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ก็อาจจะเปลี่ยนไปด้วย 

          เนื่องจากเจ๊มีวีซ่าพำนักระยะยาวเลยไม่มีปัญหา แต่ถ้าถือวีซ่าประเภทอื่นหรือเพิ่งได้รับวีซ่า แนะนำโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ของสถานฑูตจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด โทรได้ที่เบอร์ 02-207-8500 เจ๊แนะนำให้ปรินต์แบบฟอร์มการตรวจโควิดของญี่ปุ่นไปด้วย ถ้าใครอยู่กรุงเทพและอยู่ใกล้เขตบางเขน อยากได้ที่ตรวจราคาไม่แรงเกินไป อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ เดินทางสะดวก 

          แนะนำให้ไปตรวจที่ "สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง" ถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน เบอร์โทร 02-521-0943 เวลาทำการ 08:30-16:30 น. ค่าตรวจที่นี่ราคา 1,500 บาท พอไปถึงแจ้ง เจ้าหน้าที่ว่า "มาตรวจโควิดเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ" เจ้าหน้าที่เขาจะถามว่าไปประเทศอะไร ถ้าไปประเทศญี่ปุ่น เราต้องเอาแบบฟอร์มและพาสปอร์ตเตรียมไปให้เจ้าหน้าที่ด้วย ที่นี่เขาทำงานหยุดตามวันเวลาราชการ 

          หยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเจ๊เคืองนิดหน่อย เพราะก่อนมาตรวจโทรคอนเฟิร์มข้อมูล 2 รอบกับเจ้าหน้าที่แล้วว่า มีบินวันเสาร์ตอนเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่แจ้งให้มาตรวจวันศุกร์ แล้วมารับผลบ่าย ๆ ช่วงวันเสาร์ได้เลย ไปรับบัตรคิวด้วยความมั่นใจ เพราะเตรียมข้อมูลทุกอย่างมาดี แต่....!!!! เจ้าหน้าที่แจ้งว่า "หยุดทำการเสาร์-อาทิตย์" ยังไงก็ไม่ทัน เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานวันหยุดและหมอไม่เซ็นเอกสารให้"

          เราก็แย้งไปว่าโทรคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว เขาให้มาวันนี้ ทางนั้นก็แย้งกลับ "เจ้าหน้าที่คงให้ข้อมูลผิด" ซี๊ดดดดดด...เลยยยย ตอนนั้นมันช่วงบ่ายแล้ว ถ้าผลออกไม่ทันพรุ่งนี้ คือบินไม่ได้แน่ ๆ เพราะต้องยื่นเอกสารผลตรวจที่เคาน์เตอร์เช็กอินที่สนามบิน เลยซิ่งด้วยความเร็วแสงไปตรวจที่โรงพยาบาลวิภาวดี ค่าตรวจ 3,500 บาท ค่าใบรับ รองแพทย์ 500 บาท รวมทั้งหมด 4,000 บาทถ้วน

          ที่นี่ต้องเตรียมแบบฟอร์มพร้อมพาสปอร์ตไปด้วย พอไปถึงช่วงที่คุยกับคุณหมอ เหมือนเคยมีคนเข้ามาตรวจเพื่อกลับญี่ปุ่นเยอะ คุณหมออธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดีทั้งไทยและขั้นตอนที่ต้องไปตรวจอีกรอบที่สนามบินญี่ปุ่น วันต่อมาไปรับผลตรวจ จะได้เอกสาร 2 ใบ คือผลการตรวจและแบบฟอร์มที่เรานำไปให้ คุณหมอจะเขียนรายละเอียดต่าง ๆ ในเอกสารให้ทั้งหมดเลย ใช้เป็นใบรับรองแพทย์ได้

          วันรุ่งขึ้นก็ไปรับผลตรวจได้เลย ที่โรงพยาบาลนี้เขาจะส่ง SMS แจ้งผลตรวจทางโทรศัพท์ด้วย เนื่องจากของเจ๊ผลออกมาเป็นลบ ทุกอย่างเลยเข้าสู่ขั้นตอนปกติ ดาวน์โหลดไฟล์ตรวจโควิดเอกสารได้ข้างล่างนี้เลย

          พอไปถึงสนามบินเช็กอินปกติ พร้อมกับยื่นผลตรวจทั้งหมดและบัตรเรสซิเด้นท์ เจ๊กลับกับการบินไทย รอบนี้ผู้โดยสารทั้งหมด 16 คน หรือ 60 คนนี่แหละ เจ๊ฟังไม่ถนัด เจ้าหน้าที่เขาจะให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เพื่อตอบคำถามและกรอกข้อมูลส่วนตัว ที่อยู่ที่ญี่ปุ่น และคำถามบางอย่าง หลังจากที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วให้แคปหน้าจอหน้าสุดท้ายที่มี QR code ไว้ 

          เพราะพอไปถึงสนามบินที่ญี่ปุ่นแค่โชว์ที่แคปหน้าจอ QR code เจ้าหน้าที่เขาจะให้ผ่านไปเลย ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และจะมีเอกสารตัวหนึ่งแบบในรูปข้างล่างนี้ บนเครื่องเขาจะแจกอีกรอบ ให้เก็บใบนี้ไว้ด้วย เพราะพอไปถึงจุดคัดกรองจุดแรก เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเขาจะขอเอกสารตัวนี้ ให้ยื่นไปพร้อมกับผลตรวจโควิดและพาสปอร์ตได้เลย ทุกขั้นตอนเขาห้ามถ่ายรูปเลยไม่มีรูปมาฝาก 

          แต่ละขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ติดนิดเดียวเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะใช้แต่ภาษาญี่ปุ่น แต่ถ้าไม่เข้าใจเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ บางจุดเขาจะถามก่อนว่าสะดวกภาษาไหนคะ?? "ภาษาอีสานจ้าาาา" 55555

          จุดที่ 2 ต้องทำการตรวจโควิดอีกรอบ โดยการเก็บเชื้อจากน้ำลาย เจ้าหน้าที่เขาจะถามว่า "ก่อนหน้านี้ได้ดื่มน้ำมั้ย" (เพราะถ้าดื่มน้ำผลอาจคลาดเคลื่อนได้) ถ้าดื่มภายใน 1 ชั่วโมง จะต้องตรวจแบบแยงจมูก ซึ่งเจ๊ดื่มก่อนออกจากเครื่อง แน่นอนโดนแยงจมูกอีกแล้วใช้เวลารอผลเท่ากัน 30 นาที ภายในเวลาเกือบ 2 เดือน เจ๊ตรวจโควิดไป 5 รอบ แยงจมูก 4 ตรวจด้วยเลือด 1 หาเชื้อจากทางจมูกนี่คือที่สุดของความเจ็บละ 

          เจ๊เตือนละนะ ไม่อยากโดนแยงงดดื่มน้ำอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเด้อ 5555

           พอเก็บเชื้อเสร็จแล้วเดินไปด่านต่อไป เพื่อเซ็นเอกสารยินยอมกักตัว ยืนยันข้อมูลที่พักหรือที่กักตัว ข้อมูลติดต่อ เดินทางกลับยังไง เช่น มีคนมารับ กลับแท็กซี่ เงื่อนไขการกักตัวต่าง ๆ เช่น ห้ามใช้รถสาธารณะ เป็นต้น เสร็จจากตรงนี้ไปนั่งรอฟังผลตามหมายเลขที่เจ้าหน้าได้แจ้งไว้ ใครที่ไม่พบเชื้อเจ้าหน้าที่จะเรียกหมายเลขเป็นภาษาญี่ปุ่น ให้ออกไปได้ แล้วก็เดินวนกลับมาทางเดิมตั้งแต่จุดคัดกรอง เพื่อไปด่าน Immigration และรับกระเป๋า 

          ตอนรับกระเป๋าจะมีน้องหมามาขอดมกระเป๋า ว่ามีเนื้อสัตว์หรือของต้องห้าม ที่ห้ามเอาเข้ามั้ย เจ๊เห็นน้องหมาปกตินะ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า น้องได้กลิ่นแปลก ๆ "ขอเปิดกระเป๋าน้าาา" พอเช็กแล้วไม่มีของต้องห้าม เจ้าหน้าที่ปิดให้อย่างเรียบร้อย พร้อมยกลงรถเข็นให้ มีแซว "น้องหมาคงได้กลิ่นทองม้วนรสบานานา ฮ่าๆๆ" จากปกติเจ้าหน้าที่สุภาพอยู่แล้ว รอบนี้สุภาพและเต็มใจบริการมาก ๆ  

          พอกลับถึงบ้านวันแรก เป็นเช้าวันที่ 15 ยังปกติไม่มีอะไร ไม่มีใครติดต่อมา ตั้งแต่วันที่ 16 จะมีสายอัตโนมัติโทรมาเช็กทุกวัน แต่มันเป็นสายบันทึกเสียงเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวเจ๊มองว่าเป็นการขอความร่วมมือมากกว่าและอาศัยความซื่อสัตย์ล้วน ๆ ในการกักตัวที่บ้าน 14 วัน ในระหว่างกักตัวสามารถไปซื้อของร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารใกล้ ๆ บ้านแบบห่อกลับมากินบ้านช่วงกักตัวได้ รีบไปรีบกลับ ไม่ไปช่วงที่คนพลุกพล่าน ถ้าจะสั่งแบบเดริเอร์รี่แบบไทยมาส่งถึงบ้านเช้าเที่ยงเย็น คงจะสู้ราคาค่าส่งและค่าอาหารไม่ไหว ราคาโห๊ดดด...โหดดด เหมือนโกรธกันมา 

          ถ้าจะเอาจริงจังต้องแบบที่ไทยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็นะแต่ละประเทศมีวิธีและเหตุผลต่างกัน เพราะฉะนั้นเราต้องรับผิดชอบตัวเองต่อสังคมและให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาล เจ๊เชื่อว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางไปที่สนามบินไหนมันเงียบเหงา อยากให้กลับมาคึกคักเหมือนเดิมเร็ว ๆ ตอนนี้ก็ใส่แมส ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่าง สู้ไปด้วยกัน แอบเอาภาพช่วงซากุระกำลังบานมาให้ชมเป็นน้ำจิ้ม กักตัวเสร็จเจ๊จะออกไปถ่ายภาพวิวสวย ๆ มาให้ชมแน่นนอนจ้าาา.....



รัก

เจ๊ศรีสีทนได้ 



Credit photo: 

https://twitter.com/imergeries/status/1341955053939134473

https://www.mofa.go.jp/files/100091340.docx

และเจ๊ศรี