e เรื่องทั่วไป

รีวิวขั้นตอนลงทะเบียนกลับไทยจากญี่ปุ่น

รีวิวขั้นตอนลงทะเบียนกลับไทยจากญี่ปุ่น

By , วันจันทร์, 01 กุมภาพันธ์ 2564

          ในสถานการณ์แบบนี้ การจะกลับไทยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย วันนี้เจ๊จะมารีวิวแบบละเอียดและอธิบายขั้นตอนตั้งแต่การลงทะเบียนกับสถานทูตที่ญี่ปุ่น จนกักตัวที่ไทยเสร็จ เพราะตอนที่เจ๊หาข้อมูลเพื่อจะกลับ ทั้งงงและสับสนเหมือนกัน  แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี วันนี้เจ๊เน้นสาระ เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็กำลังมองหาข้อมูลเช่นกัน และระวัง!!! มิจฉาชีพ 

          ตอนนี้มีผู้เสียหายเยอะเลย หลอกว่าจะลงทะเบียนกลับไทยพร้อมที่พักและตั๋วเครื่องบิน สุดท้ายให้โอนเงินไปให้แต่กลับไทยไม่ได้ เอามาลงทะเบียนด้วยตัวเองดีกว่า เจ๊เชื่อว่าไม่ยากเกินไปที่จะลองทำเอง แต่ถ้าใครไม่เข้าใจตรงไหนหรือขั้นตอนใด Inbox มาถามเจ๊ได้ เจ๊ยินดีแนะนำวิธีลงทะเบียนให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ย้ำว่าไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ


ให้ติดตามเพจ Facebook ของสถานฑูตไทยในญี่ปุ่น 

          ไม่ใช่แค่กดติดตาม แต่ให้หมั่นเช็กข้อมูลอัปเดตจากเพจของทางสถานฑูตเสมอ ทั้งเรื่องการเปิดให้จองลงทะเบียนในแต่ละรอบ บางทีเปิดให้ลงทะเบียนช่วงต้นเดือน บางทีช่วงกลางเดือน ทางสถานฑูตจะประกาศหมายเลขเที่ยวบิน และวันที่จะกลับ ถ้าลงทะเบียนไม่ทันแต่อยากกลับ อาจจะต้องจ่ายค่ากักตัวเอง ซึ่งหลายคนรวมทั้งเจ๊ด้วย ไม่สะดวกวิธีนี้ด้วยเหตุประการทั้งปวง 555 และหมั่นติดตามเงื่อนไขการออกจากประเทศญี่ปุ่นและการกลับเข้าประเทศญี่ปุ่น เพราะสถานการณ์ตอนนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 

          ลงทะเบียนเพื่อขอกลับประเทศไทย ขั้นตอนนี้ถึงยังไม่มีตั๋วเครื่องบินก็สามารถลงทะเบียนไว้ก่อนได้เลย เพราะต้องรอเจ้าหน้าที่อนุมัติ บางครั้งเร็ว บางครั้งอาจใช้เวลา 2-3 วันทำการ (ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์) หลังจากเจ้าที่อนุมัติการลงทะเบียน มีเวลา 14 วัน ในการอัปโหลด

          ตั๋วเครื่องบิน ถ้าใครไม่สะดวกที่จะพักกับโรงแรมที่ทางรัฐจัดไว้ให้ สามารถจองโรงแรมเอง (ASQ) ได้เองที่เข้าร่วมกับทางรัฐ เจ๊แปะลิงก์ไว้ให้ และอัพโหลดใบจองโรงแรมที่เราประสงค์จะกักตัวเองเพิ่มเข้าไป ส่วนวิธีการจองโรงแรมโดยการจ่ายเงินเอง ให้ติดต่อไปทางโรงแรมได้โดยตรง เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่เขาจะแนะนำขั้นตอนในการจองและชำระค่าโรงแรมให้เอง

          เจ๊เอาภาพวิธีการลงทะเบียนจากทางเพจ Facebook ของสถานฑูตไทยในญี่ปุ่นมาแปะไว้ให้ อันนี้เข้าใจง่ายสุดแล้ว ถ้ายังไม่มีตั๋วเครื่องบิน แนะนำให้รอประกาศจากทางสถานฑูตก่อนว่ามีเที่ยวบินอะไรบ้างแล้วค่อยจองตั๋ว จะได้ไม่ต้องเลื่อนตั๋วไปมาเสียเงินค่าเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ รอบ

 รอเจ้าหน้าอนุมัติใบ COE เข้าประเทศไทย (ใช้เวลา 2-3 วันทำการ) ตามเอกสารด้านล่างนี้

ส่วนใบ ต.8 ตามด้านล่างนี้ต้องใช้คู่กัน เพื่อความรวดเร็วให้กรอกเอกสารไว้รอเลย และที่สำคัญอย่าลืมใบตรวจสุขภาพ

Fit to fly ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง อันนี้สำคัญมาก ไม่มีบินไม่ได้นะจ๊ะ เจ๊สรุปเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ให้

1. ใบ COE

2. ใบ ต.8

3. ตัวเครื่องบิน

4. พาสปอร์ต

5. ใบตรวจสุขภาพ Fit to fly

6. ใบจองโรงแรม (กรณีจ่ายเงินกักตัวเอง)

          ในวันที่บินทีแรกนึกว่าคนจะไม่เยอะ แต่คนเยอะมากกกก....คนญี่ปุ่นที่บินไปไทยก็เยอะ เจ้าหน้าที่จะเดินยิงวัดอุณหภูมิ ตั้งแต่ต่อแถวเช็กอินยันบนเครื่อง ณ เวลานั้นใครอุณหภูมิร่างกายเกินกว่าที่กำหนด คิดว่าน่าจะไม่ได้เช็กอินอ่ะ พอเข้าไปในเกทแล้ว ของ Brand name กระเป๋า เครื่องสำอาง มีขายปกติ ของฝากพวกขนม ของกินก็มี 

           แต่ไม่ได้มีให้เลือกเยอะเหมือนสถานการณ์ช่วงปกติ แนะนำซื้อเตรียมไว้จากข้างนอกดีกว่า พอขึ้นเครื่องต้องนั่งตามหมายเลขที่นั่ง ไม่สามารถเปลี่ยนที่นั่งได้ ไม่ได้นั่งเว้นห่างกันนะคะ นั่งติด ๆ กันนี่แหละ ช่วงเดินทางเป็นไฟล์ตตอนเที่ยงพอดี พอพนักงานบนเครื่องเสริฟ์อาหาร ไม่มีใครสนใจใครเลย หิวคร่าาาา....ขอฟาดก่อน อ้อ! อย่าลืมล่ะ บนเครื่องต้องใส่หน้ากากตลอดเวลานะ

          พอเดินทางมาถึงประเทศไทยช่วงเย็น จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ให้เดินไปตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ จนมาถึงเก้าอี้ที่เรียงเป็นแถวยาวตรงนี้ ที่เห็นนี่บอกไว้ก่อนเลยนะเต็มค่ะ จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คนที่กักตัวกับรัฐ และคนที่จองโรงแรมกักตัวเอง (ASQ) นั่งตามลำดับคิว เจ้าหน้าที่จะขอเช็กเอกสาร สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ คือ พาสปอร์ต ใบ Fit to Fly และใบ ตม.8 หลังจากเช็กเอกสารเรียบร้อยแล้ว ไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามอาการเพิ่มเติม เช่น มีไข้มั้ย ได้กลิ่น ลิ้นรับรสหรือเปล่า ถ้าทุกอย่างโอเคไม่มีปัญหา ออกไปด่าน ตม. เข้าประเทศและรับกระเป๋าเตรียมขึ้นรถไปกักตัว

          ก่อนขึ้นรถเจ้าหน้าที่จะฉีดยาฆ่าเชื้อใส่กระเป๋า ฟู๊ดด..ฟู๊ดดดๆๆ เป็นรถบัสเหมือนตอนไปทัศนศึกษา เปิดเพลงแดนซ์ ๆ (แต่วันนั้นเขาไม่ได้เปิด) เรียงกัน 5-6 คัน รอออกพร้อมกัน มาก่อนมาหลังมีค่าเท่ากัน ทีแรกไม่รู้จะได้ไปกักตัวที่ไหน แต่คนบนรถคุยกันได้ไปพัทยา คาดหวังเล็ก ๆ ว่าจะได้กักตัวที่กรุงเทพหรือสมุทรปราการ เพราะตื่นไปสนามบินไปตั้งแต่ตี 3 เนื่องจากมันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เลยต้องเผื่อเวลาไปเยอะ ๆ หน่อย ติดขัดอะไรจะได้แก้ไขได้ทัน

          พอไปถึงโรงแรม ทำตามเจ้าหน้าที่แนะนำเหมือนเดิม ในการเช็กอินเข้าพัก เดินไปตามหมายเลขห้อง เจ้าหน้าที่เตรียมอาหารไว้ให้แล้วที่หน้าห้อง หน้าห้องจะมีโต๊ะยาวๆสำหรับวางอาหาร หยิบไปได้เลย ตอนขอลงทะเบียนกลับจะมีให้เลือก เช่น ทานมังสวิรัติ ไม่ทานเนื้อ ไม่ทานหมู แพ้อาหารอะไร บอกได้เลย 

          เจ๊เลือกขอเป็นอาหารมังสวิรัติ แต่อาหารที่เขาวางไว้ให้เป็นผัดกุ้งอะไรสักอย่างหนึ่ง เราเข้าใจแหละ คนกักตัวเยอะ อาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง แต่พอผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า "เอาอาหารมังสวิรัติวางไว้ให้ที่หน้าห้องเรียบร้อยแล้วครับ" คือบั่บ..OMG!! So surpried!!! 

          จากที่ประทับใจการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว ยิ่งประทับใจเข้าไปอีก ภายในห้องมีของจำเป็นเตรียมไว้ให้หมดเลย เช่น สบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ที่โกนหนวด ถุงขยะ ไม้กวาด น้ำดื่ม รองเท้า ผ้าเช็ดตัว ถ้วยชาม ช้อน กาแฟ ฯลฯ หรือถ้าอยากได้อะไรนอกเหนือจากที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ สามารถแอดสั่งในไลน์ของโรงแรมได้ 

          ราคาอาจจะสูงกว่าข้างนอกนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าช่วย ๆ กัน โรงแรมจะได้มีรายได้ พนักงานก็มีงานทำเนอะ ในห้องนอนของเจ๊ได้บรรยากาศแบบ Sea view ดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกทุกวัน มันก็จะเหงา ๆ หน่อย เพราะไม่มีผู้ชายมาด้วย อร๊ายยยยยยย..ยยย

          "ข้อระเบียบในการกักตัว" ในห้องจะมีเอกสารรายละเอียดแจ้งไว้ครบหมดแล้ว ค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจ และปฎิบัติอย่างเคร่งครัดนะคะ จะมีการตรวจหาเชื้อโควิด 2 ครั้ง ทางน้ำลายและจมูก เขาจะมีไลน์กลุ่มให้แอดเพื่อแจ้งผลวัดอุณภูมิร่างกายในแต่ละวัน ทางโรงแรมเขาเตรียมปรอทวัดไข้ไว้ให้แล้ว 

          หรือมีปัญหาอะไรติดต่อเจ้าหน้าที่ทางไลน์ได้ตลอด ในไลน์กลุ่มก็มีคุยกันสัพเพเสระ จะได้ไม่เครียดหรือเบื่อกันเกินไป มีทีมแพทย์ประจำ 24 ชั่วโมง ท้องเสีย ยาติดคอ (เจ๊เอง) สามารถโทรไปขอความช่วยเหลือได้เหมือนกัน ในแต่ละวันทางโรมแรมจะมีอาหารให้ 3 มื้อ ให้เยอะมากกก....จนเจ๊ขอรับแค่ 2 มื้อ อาหาร 2 มื้อ เจ๊แบ่งกินได้ 4 มื้อ ฮ่าๆๆๆ 

          หลาย ๆ คนกักตัวเสร็จ น้ำหนักเพิ่ม 6-7 กิโลก็มี เราบอกตัวเองว่า "เราจะต้องหุ่นเป๊ะออกไป" เจ๊ขอแชร์สิ่งที่เจ๊ทำระหว่างกักตัว 14 วันแล้วกัน

ช่วงเช้า: ออกกำลังกาย กินข้าว เรียนออนไลน์ภาษาญี่ปุ่น ฝึกพูด ฝึกเขียน ฝึกอ่าน ฝึกแปล

ช่วงบ่าย : กินข้าว เรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษ ดู Youtube ฝึกแต่งหน้า (เรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ)

ช่วงเย็น: ออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง รีแล็กซ์ // ก่อนนอน: สวดมนต์ นั่งสมาธิ 

          กิจกรรมในแต่ละวันจะประมาณนี้ อาจมีเพิ่มมีลดตามอารมณ์ 14 วันผ่านไปเร็วมาก "กักตัวเสร็จแล้วเหรอ" พร้อมหุ่นเชฟป๊ะ ป่ะ ป่ะ ป่ะ!!!!  

          ตอน 6 โมงเช้า ลงไปขึ้นรถบัส มีอาหาร ผลไม้ น้ำ เตรียมพร้อมไว้ให้ไปกินบนรถ นั่งรถกลับจากพัทยาไปลงที่ขนส่งหมอชิต กรณีที่ต้องการลงที่กรุงเทพ ส่วนใครที่กลับต่างจังหวัด เขาไปส่งถึงที่เลยค่ะ ที่ดูจากข้อมูลส่วนใหญ่จะส่งที่ศาลากลางของจังหวัดนั้น ๆ หรือใครที่ต้องการให้ญาติมารับถึงโรงแรมก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องไปทำเรื่องขอเอกสารกับทางราชการค่อนข้างยุ่งยาก หลายขั้นตอนเหมือนกัน เพราะเป็นเขตควบคุมพิเศษ (กักเชื้อโรค) ถ้าใครสะดวกก็ไม่มีปัญหา 

          ในการกลับไทยครั้งนี้ ประทับใจเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ออกจากเครื่อง ไม่ว่าจะทำเพราะหน้าที่หรืออะไรก็ตาม แต่ทำให้สัมผัสได้ถึงความทุ่มเทและความตั้งใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่สนามบินจนถึงโรงแรม เจ๊ยกมือไหว้แล้วไหว้อีก มันประทับใจ มันซึ้ง ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่จากใจจริง ๆ ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นใครบอกเจ้าหน้าที่ของไทยมักจะทำงานแบบเช้าชามเย็นชามนี่เจ๊เถียงใจขาดเลยล่ะ (อย่าไปเหมารวมเลย ให้กำลังใจกันหน่อยเถอะ) 

          ขอให้ทุก ๆ ท่านปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ เจ๊ภาวนาขอให้ประเทศไทยและทั่วโลกผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ในเร็ววัน ขอให้ทุกคนสวมแมสก์ ล้างมือบ่อย ๆ รักษาระยะห่าง และดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ 

ด้วยรักและปรารถนาดีจากเจ๊ศรี



รัก

เจ๊ศรี สีทนได้


Credit photo:

Facebook สถานเอกอัครราชฑูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

และเจ๊ศรีเอง

โดยผู้เขียน