e การศึกษา

พาไปชมโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นในไทย  AIKB35

พาไปชมโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นในไทย AIKB35

By , วันพฤหัสบดี, 26 สิงหาคม 2564

          ตอนที่เอริคอายุได้ 2 ขวบ แม่ก็เริ่มหาโรงเรียนอนุบาลให้เอริค ด้วยความที่อยากให้เอริคพูดได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น จึงเริ่มหาโรงเรียนอินเตอร์ญี่ปุ่นในกรุงเทพฯดู แล้วก็เจอโรงเรียนนี้ที่รู้สึกว่าน่าสนใจมาก ๆ โรงเรียนนั้นคือ Associe International Kindergarten Bangkok 35 หรือชื่อย่อ คือ AIKB35 (นึกถึง AKB48 เลยเนอะ 555) 

          จึงติดต่อโรงเรียนไปเพื่อขอดูสถานที่จริง และได้พาเอริคไปด้วย ทางโรงเรียนได้ให้เอริคลองชุดนักเรียนด้วย (แม่เห่อมากกก ถ่ายรูปกระจายเลย) เด็ก ๆ โตไวมาก เผลอแปบเดียวก็ใกล้จะเข้าโรงเรียนแล้ว

          AIKB35 เป็นโรงเรียน 3 ภาษา เปิดใหม่ที่ได้ทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ ไทยมีให้เลือก 2 ภาค คือ

- ภาคอินเตอร์อังกฤษ (International Program) 

- ภาคอินเตอร์ญี่ปุ่น (Japanese Program)

          โรงเรียนอินเตอร์ญี่ปุ่นที่ไทยไม่ค่อยมีพอมาเจอโรงเรียนนี้รู้สึกว่าใช่มาก ๆ เลย เพราะนอกจากญี่ปุ่นและอังกฤษแล้วยังมีสอนภาษาไทยให้ด้วย พูดง่าย ๆ คือได้ 3 ภาษาเลย และที่มายคิดว่าน่าสนใจคือ ภาคอินเตอร์ญี่ปุ่น (Japanese Program) จะเน้น 3 ภาษา คือ ญี่ปุ่น (60%) อังกฤษ (30%) ไทย (10%) แต่ถ้าภาคอินเตอร์ภาษาอังกฤษ (International Program) จะเน้น อังกฤษ กับ ไทย ค่ะ

          ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ เลยถือโอกาสมารีวิวโรงเรียนนี้ซะเลย เผื่อแม่ ๆ คนไหนสนใจอยากให้ลูกเรียนภาษาญี่ปุ่น + ภาษาอังกฤษ โดยที่ไม่ต้องไปเรียนที่ญี่ปุ่นค่ะ ^^ 

#ข้อดี 

- เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น เดิมทีเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลในโตเกียวกว่า 25 แห่งด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าของเลยมีประสบการณ์และการบริหารโรงเรียนสไตล์ญี่ปุ่น โรงเรียนเลยมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ 

- โรงเรียนนี้เหมือนยกโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่เลยทุกอย่างเหมือนโรงเรียนที่ญี่ปุ่นเด๊ะ ๆ ตึกและห้องเรียนต่าง ๆ ออกแบบโดยสถาปนิกคนญี่ปุ่น ทั้งดีไซน์และตัวอาคารดูใหม่มาก มีการใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น ตรงกระจกใส ๆ จะมีสติกเกอร์รูปช้างแปะไว้ เพื่อเด็กเล็ก ๆ จะได้รู้ว่าเป็นกระจกนะ จะได้ไม่เดินชน ราวที่จับก็เป็นไซส์เล็ก เรื่องความปลอดภัยละเอียดมาก สมเป็นญี่ปุ่น ฯลฯ 

- ชุดยูนิฟอร์มน่ารักมาก เห็นเขาบอกว่า แม่ ๆ ญี่ปุ่นบางคนให้ลูกเข้าที่นี่เพราะชุดยูนิฟอร์มเลย 555 (จริง ๆ นะ ไม่ได้เว่อร์) ชุดยูนิฟอร์มเขาโคกับแบรนด์ดังญี่ปุ่น ชื่อแบรนด์ Kumikyoku (組曲) แบรนด์นี้ออกแบบชุดยูนิฟอร์มให้ โรงเรียนนี้โดยเฉพาะ 

          เพื่อนคนญี่ปุ่นบอกว่ายี่ห้อนี้ดังมาก ๆ โรงเรียนเอกชนดัง ๆในญี่ปุ่นชอบใช้ยูนิฟอร์มแบรนด์นี้ อารมณ์จะลุคคุณหนูนิด ๆ แถมเคยโคกับแบรนด์ดังอย่าง Miki เห็นขายที่ห้าง Takashimaya บ่อย ๆ ผ้าดีมาก คอตตอน 100% เพื่อนญี่ปุ่นบอกว่าอิจฉามาก เพราะว่าที่ญี่ปุ่น ยูนิฟอร์มแบรนด์นี้แพง! แต่ที่ไทย เขาปรับราคาให้ถูกเพื่อให้เข้ากับไทย 

- ชุดพละ ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังของญี่ปุ่น คือ คุณ Isao Matsuura ลายน่ารักและผ้าดีมาก เด็ก ๆ ใส่สบาย เสียดาย ครั้งนี้ลืมถ่ายรูปมาให้เห็น

- กระเป๋านักเรียนก็น่ารัก ออกแนววินเทจมีกระเป๋านักเรียน 2 ใบ คือกระเป๋าหนังสะพายสีคาราเมล ทรงสี่เหลี่ยม กับถุงผ้าสีน้ำเงิน เข้ากับชุดนักเรียนมาก เหมือนเด็กญี่ปุ่นเลย ใบนึงใส่อุปกรณ์การเรียน อีกใบใส่พวกชุดพละ ฯลฯ 

- อาหารของโรงเรียนนี้ทำโดยเชฟชาวญี่ปุ่น ที่เคยเป็นเชฟในโรงแรมมาก่อน ทุก ๆ วันเมนูจะมีเมนูแปลก ๆ ใหม่ ๆ ทำให้เด็กไม่เบื่อ เช่น วันจันทร์อาหารญี่ปุ่น วันอังคารอาหารฝรั่ง พุธอาหารไทย ฯลฯ ชอบตรงที่ทางโรงเรียน จะเก็บข้อมูลสถิติอย่างละเอียดทุกวัน ว่าอาหารอะไรที่เด็กชอบไม่ชอบ เช่น ถ้าวันนี้เหลือเยอะ ก็จะรู้ว่าอาหารวันนี้เด็กอาจจะไม่ค่อยชอบ เชฟก็จะคอยคิดเมนูใหม่ ๆ อยู่เสมอ และก็จะมีการถามพ่อแม่ก่อนว่าเด็กแต่ละคนแพ้อาหารอะไรบ้าง จากแบบสำรวจมีพ่อแม่หลายคนบอกว่าเด็กเจริญอาหารขึ้นและชอบอาหารที่โรงเรียนนี้มาก

- ช่วงเทศกาล เชฟก็จะออกแบบอาหารหน้าตาน่ารัก ๆ สไตล์ญี่ปุ่นมาให้เด็ก ๆ กิน เช่น ช่วงคริสมาสต์ ก็จะออกแบบอาหารหน้าตาแซนต้าครอส เป็นต้น 

- ห้องครัวเป็นแบบกระจกใส ๆ โล่ง ๆ ทำให้เด็ก ๆ เดินผ่านไปผ่านมาเห็น เหมือนแบบโรงเรียนในญี่ปุ่นเลย เด็ก ๆ ก็จะสามารถทักทายพ่อครัวได้ว่าวันนี้มีอะไรกิน แล้วอีกอย่าง ห้องครัวสะอาดมาก!!!

- มีเครื่องเล่น ของเล่นในร่มเยอะ คุณครูบอกว่า ที่ไทยอากาศร้อนและมลภาวะเยอะ ฝนตกบ่อย ไหนจะ PM2.5 อีก ทางโรงเรียก็เลยสร้างสถานที่ให้เด็กเล่นในร่มเยอะ ๆ เพื่อที่เด็กจะได้เล่นในร่มได้ ไม่ต้องออกไปเล่นข้างนอก เช่น กำแพงปีนเขา สะพานเชือก ฯลฯ นอกจากนี้ เขายังติดเครื่องฟอกอากาศและมีเครื่องวัดค่า PM2.5 ในอาคารด้วย

- "สไลด์เดอร์ลงบันได" อันนี้ส่วนตัวชอบมากกกกกก เป็นความฝันของมายตอนเด็ก ๆ เลย ที่อยากให้มีสไลเดอร์ลื่นลงจากชั้นสอง แทนการลงบันได มายลองไปลื่นลงเล่นกับเอริคดู สนุก 5555 

- เครื่องเล่นกลางแจ้งอิมพอร์ตมาจากอเมริกาทุกชิ้นเลย คุณภาพดี แข็งแรง ปลอดภัย แอบไปสืบราคา ตัวนึงนี่หลายหมื่นอยู่

- อีกอันที่ชอบ คือ มีกระจกที่สามารถมองทะลุลงมาจากชั้นสองได้ เด็ก ๆ จะสนุกกับตรงนี้ เพราะสามารถมองดูว่าพ่อแม่จะมารับเมื่อไหร่

- นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กญี่ปุ่น 90% ที่เหลือเป็นชาติอื่น ๆ และเด็กไทย ซึ่งดีต่อการฝึกภาษา

- แต่ละคลาส นอกจากคุณครูที่สอนแล้วยังมีครูพี่เลี้ยงถึง 2 คน คอยเป็นผู้ช่วยดูเด็กเสมอ ทำให้ดูแลเด็กทั่วถึงมาก ๆ ครูผู้ช่วยจะเป็นครูคนญี่ปุ่น และครูฝรั่ง เพื่อที่นักเรียนจะได้ไม่กังวลเรื่องการสื่อสาร 

- คุณครูทุกคนเป็นเจ้าของภาษา ชั้นเรียนภาษาอังกฤษก็จะเป็นครูฝรั่ง ส่วนชั้นเรียนภาษาญี่ปุ่น ก็จะเป็นคุณครูญี่ปุ่นเลย เพราะฉะนั้นเด็กจะได้เรียนรู้สำเนียงที่ถูกต้อง เป๊ะ 

- โรงเรียนอยู่ใกล้เอ็มควอเทียร์และสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์มาก เดินไปได้เลย เพราะฉะนั้น เดินทางสะดวก ระหว่างรอลูกก็ไปเดินเล่นที่เอ็มควอเทียร์หรือเอ็มโพเรี่ยมได้

- มีบริการรถโรงเรียนรับ-ส่ง และรถโรงเรียนทุกคันมี GPS ติดอยู่ เพราะฉะนั้น สามารถเช็กได้ว่าตอนนี้รถอยู่ไหนแล้ว ตอนนี้นักเรียนยังน้อย ทำให้ครูดูแล้วได้ทั่วถึง ค่าเทอมไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับโรงเรียนอินเตอร์อื่น ๆ

#ข้อเสีย (จากที่ถามแม่ ๆ ญี่ปุ่นมาด้วย) 

- ไม่มีสระว่ายน้ำในโรงเรียน แต่ทางโรงเรียนจะจัดกิจกรรมให้ไปว่ายที่สถานที่ใกล้ ๆ โรงเรียน 

- เด็กญี่ปุ่นเยอะไปนิด (แต่สำหรับมายชอบนะ ลูกจะได้ฝึกภาษาญี่ปุ่น แต่คุยกับแม่ ๆ ญี่ปุ่นเขาบอกว่าไม่ค่อยชอบ เพราะอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษมากกว่า) 

- นักเรียนน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่น ๆ เวลาจัดกิจกรรมใหญ่ ๆ ไม่ค่อยอลัง 555 

- ที่จอดรถน้อยไปหน่อย แต่โชคดีที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น แม่ ๆ เลยไม่ค่อยขับรถมา ส่วนใหญ่เดินมารับ หรือนั่งรถโรงเรียน

          ส่วนตัวมายรู้สึกว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดีมาก ๆ โรงเรียนนึง มาตราฐานญี่ปุ่นมาก ๆ สมกับที่เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นเลยแต่เสียดายที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เพราะว่าโรงเรียนไม่ค่อยจะโปรโมตสักเท่าไหร่ และเป็นโรงเรียนเปิดใหม่ 

          ใครสนใจ องเข้าไปดูเว็บไซด์ของทางโรงเรียนได้นะคะ http://www.aikb35.com/en/ เจ้าหน้าที่ชื่อคุณนีน่า ติดต่อได้เลยค่ะ 

สำหรับใครที่อยากดูคลิปรีวิวแบบเต็ม ๆ ดูได้ที่ลิงก์ YouTube ข้างล่างนี้เลยค่ะ

- EP1: https://youtu.be/MHlr48tNndU